คู่มือการใช้งาน Budget tracker

คู่มือการใช้งาน · User Manual

Budget Tracker

ระบบบันทึกรายรับ–รายจ่าย สรุปงบการเงินเบื้องต้น และค่าเสื่อมราคา สำหรับธุรกิจ SME และการใช้งานส่วนตัว — ใช้สกุลเงินบาท (THB)

เวอร์ชัน 1.00 สกุลเงิน THB (฿) แพลตฟอร์ม Google AppSheet
ฉบับสำหรับใช้งานจริง
CHAPTER 01

เริ่มต้นใช้งาน

1.1สร้างบัญชีการเงิน

เปิดแอป → เมนู บัญชีการเงิน → กด เพิ่ม → ตั้งชื่อบัญชี → บันทึก

ระบบจะผูกอีเมลของคุณกับบัญชีนี้โดยอัตโนมัติ สามารถสร้างหลายบัญชีได้ (เช่น ส่วนตัวและธุรกิจ) และสลับบัญชีได้จากเมนูเลือกบัญชี

1.2ตั้งค่าช่วงรายงาน

เมนู กำหนดช่วงรายงาน → ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด → Report และค่าเสื่อมราคาจะกรองข้อมูลตามช่วงนี้

แนะนำตั้งช่วงเวลาเสมอก่อนดูรายงาน หากไม่ตั้งค่า ระบบจะแสดงข้อมูลทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้แอปช้าและตัวเลขไม่ตรงกับงวดที่ต้องการ

1.3ตั้งค่า VAT Code (สำหรับธุรกิจ)

เมนู VAT Code → เพิ่ม → ตั้งชื่อรหัส → กรอกอัตรา โดยกรอกได้แค่ประเภทเดียวเท่านั้น

ประเภทความหมายตัวอย่าง
Include VATราคารวม VAT ไว้แล้วราคา 107 รวม VAT 7% แล้ว
Exclude VATราคายังไม่รวม VATราคา 100 บวก VAT อีก 7
ห้ามกรอกทั้ง Include และ Exclude พร้อมกันในรหัสเดียว เพราะจะทำให้คำนวณ VAT ซ้ำซ้อน
CHAPTER 02

บันทึกรายจ่าย

2.1ภาพรวม — 2 ระดับการบันทึก

ระบบรองรับทั้งการใช้งานส่วนตัวและธุรกิจ โดยแบ่งการบันทึกเป็น 2 ระดับ เลือกได้ตามความต้องการ

ระดับคืออะไรเหมาะกับ
ระดับ 1
ใบเสร็จ
บันทึกภาพรวมการจ่ายเงินแต่ละครั้งผู้ใช้ทั่วไป / บันทึกรายวัน (1–2 นาที)
ระดับ 2
รายการย่อย
บันทึกแยกแต่ละสินค้า/บริการในใบเสร็จเดียวธุรกิจที่ต้องการ P&L, VAT, ค่าเสื่อม
ใช้แค่ ใบเสร็จ เมื่อ                เพิ่ม รายการย่อย เมื่อ
──────────────────             ─────────────────────
✓ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว              ✓ ต้องการ Gross/Net Profit
✓ ไม่ต้องการ P&L               ✓ มีใบกำกับภาษี (Input VAT)
✓ ต้องการความรวดเร็ว           ✓ ซื้อสินทรัพย์ที่คิดค่าเสื่อม
                              ✓ ใบเสร็จมีหลายประเภทปนกัน

2.2บันทึกด่วน (Quick Entry)

ใช้สำหรับถ่ายรูปสลิปหรือใบเสร็จเก็บไว้ก่อน แล้วกลับมาเติมรายละเอียดภายหลัง ระบบโหลดข้อมูลน้อย จึงเร็วกว่าบันทึกปกติ เหมาะกับการใช้งานในสนามหรือสัญญาณอ่อน

  1. กด บันทึกด่วน
  2. ถ่ายรูปสลิป/ใบเสร็จ — ทำก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อเก็บหลักฐาน
  3. กรอกชื่อรายการ/หมวดหมู่เท่าที่ทราบ
  4. กรอกวันที่และยอดเงิน
  5. เลือกบัญชีการเงินที่ต้องการบันทึก
หมายเหตุสำคัญรายการบันทึกด่วนมีผลต่อ Report ทันทีหากมีวันที่ บัญชี และยอดเงินแล้ว ดังนั้นก่อนใช้รายงานจริง ควรตรวจสอบรายการที่มีไอคอนสีเหลือง (ยังไม่มีเอกสาร/ข้อมูลไม่ครบ) แล้วเติมข้อมูลให้ครบถ้วน

2.3บันทึกใบเสร็จ (RECEIPT)

ชื่อช่องด้านล่างตรงกับหน้าจอแอปจริง

ช่องคำอธิบายจำเป็น
วันที่เอกสารวันที่จ่ายเงิน
ประเภทเอกสารบิลเงินสด / ใบเสร็จ / ใบกำกับภาษี / ใบลดหนี้ / ใบเพิ่มหนี้ / ใบสำคัญจ่าย
ผู้จัดจำหน่ายร้านค้า/ผู้รับเงิน เลือกหรือเพิ่มใหม่
หมวดหมู่ประเภทค่าใช้จ่ายหลักของใบเสร็จ
ชื่อค่าใช้จ่ายรายละเอียด/โน้ตเตือนความจำ
ยอดที่ชำระจริงยอดเงินที่จ่ายให้ผู้ขายจริง (WHT แยกช่องต่างหาก)
ส่วนลดท้ายใบเสร็จ (ถ้ามี)ส่วนลดรวมของทั้งใบ
หัก ณ ที่จ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่หักแทนผู้รับเงิน รอนำส่ง
วิธีการชำระเงินเงินสด / โอน / บัตรเดบิต / บัตรเครดิต / E-Wallet
หลักฐานการชำระเงิน (สลิป) / รูปภาพใบเสร็จแนบหลักฐานแนะนำ
ใบลดหนี้ยอดต้องเป็นจำนวนลบ เช่น -500 (ระบบบังคับตรวจสอบให้)
เรื่องช่อง “จำเป็น”เครื่องหมาย ✓ คือช่องที่ควรกรอกตามหลักการ หากต้องการบังคับกรอกจริง ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่า Required ในแอปเพิ่ม

2.4เพิ่มรายการย่อย (ทางเลือก)

หลังบันทึกใบเสร็จ → กด เพิ่มรายการย่อย → กรอกชื่อรายการ, ราคาต่อหน่วย, จำนวน, ส่วนลดต่อหน่วย, VAT Code, หมวดหมู่รายจ่าย

ระบบคำนวณอัตโนมัติ: ราคาหลังหักส่วนลด → ยอดก่อนภาษี → VAT → ราคาสุทธิ

การตรวจสอบยอดถ้ายอดรวมจากรายการย่อยต่างจาก “ยอดที่ชำระจริง” เกิน 1 บาท ระบบแจ้งเตือนสีแดงให้ตรวจสอบ

2.5บันทึกสินทรัพย์ (CapEx)

ในรายการย่อย ติ๊ก ค่าเสื่อมราคา = เปิด สำหรับสินทรัพย์ถาวร → ระบุ อายุการใช้งาน (ปี)

ราคาสินทรัพย์การจัดการ
ต่ำกว่า 5,000 บาทอาจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีตามนโยบายกิจการ
สูงหรือใช้งานเกิน 1 ปีควรบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคา
เกณฑ์ 5,000 บาทเป็นนโยบายภายในเพื่อความสะดวก ไม่ใช่กฎบัญชีหรือภาษีตายตัว กิจการที่มีผู้สอบบัญชีควรยึดนโยบายของกิจการเป็นหลัก

2.6รายจ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

เลือกสกุลเงิน → กรอก Exchange Rate (บาท/หน่วย) ระบบแสดง Estimated Rate ให้ดูประกอบ แต่ต้องตรวจสอบและแก้ก่อนบันทึกเสมอ

CHAPTER 03

บันทึกรายรับ

3.1บันทึกรายรับ (INCOME)

ช่องคำอธิบายจำเป็น
วันที่วันที่รับเงิน
ประเภทรายรับเลือกจากรายการ
ชื่อลูกค้าเลือกหรือเพิ่มใหม่
ยอดตามเอกสารยอดเต็มตาม Invoice หลังหักส่วนลด ก่อนหัก WHT
VAT Codeเลือกอัตรา VAT
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายWHT ที่ลูกค้าหักไว้
วิธีการชำระเงินเงินสด / โอน / บัตร / Delivery
การกรอกยอดตามเอกสารให้ถูก • หากเอกสารเป็นราคารวม VAT → เลือก VAT Code แบบ Include VAT
• หากเอกสารเป็นราคาก่อน VAT → เลือก VAT Code แบบ Exclude VAT

ระบบคำนวณ ยอดรับสุทธิ = ยอดตามเอกสาร − WHT (เป็นยอดคำนวณจากเอกสาร ไม่ใช่ยอดที่กระทบยอดธนาคารจริง)

สำคัญที่สุดกรอก “ยอดตามเอกสาร” เป็นยอดตาม Invoice เสมอ ไม่ใช่ยอดที่รับเข้าบัญชีจริง มิฉะนั้น VAT และ P&L จะคำนวณผิดทั้งหมด

3.2รายรับจาก Delivery Platform

แอปอย่าง Grab, LINE MAN, ShopeeFood จะโอนเงินหลังหักค่า GP แล้ว

Policyวิธีบันทึกข้อจำกัด
A (ไม่ควรทำ)บันทึกยอดสุทธิหลังหัก GPRevenue และค่า GP ไม่แสดงแยก P&L ไม่ละเอียด
B (ละเอียด)บันทึกยอดขายเต็ม + บันทึกค่า GP แยกเป็นรายจ่ายต้องวินัยบันทึกคู่กันเสมอ
ในทางกฎหมายและหลักการบัญชีไม่สามารถเลือกทำแบบก้อนเดียว (ยอดหลังหัก GP) ได้ ต้องบันทึกแบบแยกยอดรวมขาย และบันทึกค่า GP เป็นรายจ่ายเท่านั้น
CHAPTER 04

ดูรายงาน

ตั้งช่วงวันที่ก่อนดูรายงานทุกครั้ง รายงานแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก + ส่วนตรวจสอบ

§1สรุปเงินสดรับ-จ่าย

ตัวเลขความหมาย
รายรับสุทธิเงินรับเข้าบัญชีจริง (หลังหัก WHT)
รายจ่ายเงินจ่ายออกจริง (รวม CapEx)
เงินสดสุทธิรายรับ − รายจ่าย
ค่าเสื่อมราคาไม่รวมในส่วนนี้ เพราะไม่ใช่เงินสดที่จ่ายออกในงวด

§2ภาษีและหัก ณ ที่จ่าย

ตัวเลขความหมาย
VAT สุทธิบวก = ต้องนำส่ง / ลบ = เครดิตสะสม
WHT ฝั่งรายจ่ายภาษีที่กิจการหักไว้จากผู้ขาย ต้องนำส่ง
WHT ฝั่งรายรับภาษีที่ลูกค้าหักกิจการไว้ เป็นเครดิตภาษีของกิจการ
WHT สุทธิใช้ดูภาพรวมเท่านั้น — ก่อนยื่นภาษีควรตรวจแยกฝั่ง
ระวังWHT สองฝั่งมีความหมายคนละด้าน อย่าตีความ “WHT สุทธิ” ว่าบวก = นำส่งเพิ่มตรงๆ เสมอไป

§3กำไรขาดทุน (P&L)

ยอดขาย (Revenue)+
− ต้นทุนขาย (COGS)
กำไรขั้นต้น (Gross Profit)=
− ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX)
− ภาษีและค่าธรรมเนียมราชการ
− ต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ย)
− รายจ่ายต้องห้าม
− ค่าเสื่อมราคาประจำงวด
กำไรสุทธิก่อนภาษีเงินได้=

ทุกตัวใช้ราคาก่อน VAT สำหรับกิจการที่จด VAT และแยก VAT ซื้อ/ขายต่างหาก

ข้อยกเว้นกิจการที่ไม่ได้จด VAT หรือรายการที่ VAT ขอคืนไม่ได้ อาจต้องรวม VAT เป็นต้นทุน/ค่าใช้จ่ายตามนโยบายบัญชี
รายจ่ายต้องห้ามถูกหักใน P&L ของแอปเพื่อสะท้อนกำไรจริงฝั่งบริหาร แต่ตอนยื่นภาษีปลายปี นักบัญชีต้องนำยอดนี้ไปบวกกลับตามกฎหมายสรรพากร

§4ส่วนตรวจสอบ

ตัวเลขต้องเป็น
ยังไม่จัดหมวด0 เสมอ — ถ้าไม่ใช่ ไปแก้ COST_TYPE ใน KEY
ค่าใช้จ่ายรวม= COGS + OPEX + TAX + Financial + Non-Deductible
CapExไม่หักเป็นค่าใช้จ่ายทันที แต่ทยอยรับรู้ผ่านค่าเสื่อมราคา
CHAPTER 05

Daily Balance และ Monthly P&L

5.1Daily Balance

ยอดเงินสุทธิรายวัน — เขียว = บวก / แดง = ลบ / ขาว = ศูนย์

เป็นผลต่างรายรับ-รายจ่ายของแต่ละวัน ไม่ใช่ยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคาร

5.2Monthly P&L

คอลัมน์ความหมาย
ยอดขายยอดเต็มตาม Invoice (รวม VAT)
รายรับสุทธิยอดเต็มหลังหัก WHT
รายจ่ายเงินจ่ายจริง
เงินสดสุทธิรายรับสุทธิ − รายจ่าย
ถูกหัก ณ ที่จ่ายยอดรวมภาษีที่ถูกหักไว้ตอนรับเงิน (= ยอดขาย − รายรับสุทธิ)
CHAPTER 06

ค่าเสื่อมราคา

ติ๊กค่าเสื่อมราคาในรายการย่อย → ระบบสร้างใน Depreciation อัตโนมัติ และคำนวณเฉพาะช่วงที่กำหนดในรายงาน

  • ต้องตั้งช่วงวันที่ใน Report ก่อนถึงเห็นยอด
  • สินทรัพย์ที่ซื้อนอกช่วง Report จะแสดงค่าเสื่อม = 0
  • 1 รายการย่อย = 1 ล็อตสินทรัพย์

อายุการใช้งาน (แนวทางอ้างอิง)

ประเภทสินทรัพย์อายุการใช้งาน
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT3 ปี
เครื่องจักร / รถยนต์ / ตกแต่งสถานที่5 ปี
อาคาร20 ปี
เป็นแนวทางอ้างอิงเบื้องต้น ควรปรับตามลักษณะการใช้งานจริงและนโยบายบัญชี/ภาษีของกิจการ และตามที่กรมสรรพากรกำหนด
CHAPTER 07

การจัดการข้อมูลอ้างอิง (Admin)

KEY — ประเภทรายรับ/รายจ่าย

ทุก KEY ต้องมีคำอธิบายอย่างน้อย 1 ภาษา และ COST_TYPE

COST_TYPEตัวอย่าง
ต้นทุนขายวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่า GP
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเงินเดือน ค่าเช่า สาธารณูปโภค ค่าธรรมเนียม Stripe/Omise
สินทรัพย์/ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ราคาสูง > 5,000
ภาษีและค่าธรรมเนียมราชการประกันสังคม ภาษีป้าย ค่าใบอนุญาต
ต้นทุนทางการเงินดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
รายจ่ายต้องห้ามค่าปรับ เบี้ยปรับสรรพากร

สิทธิ์: แก้ไขได้โดย admin หรือเจ้าของบัญชี / ลบได้เฉพาะ admin และต้องไม่มีรายการอ้างอิง

VAT Code

กรอก Include หรือ Exclude อย่างใดอย่างหนึ่ง ห้ามกรอกทั้งคู่

ผู้ขาย / ลูกค้า

ใช้ร่วมกันได้ทุกบัญชี ลบได้เฉพาะ admin และต้องไม่มีรายการอ้างอิงในบัญชีปัจจุบัน

CHAPTER 08

Export รายงาน

เมนู Export → ระบบดึงช่วงวันที่จาก Report อัตโนมัติ → กดสร้างรายงาน → เลือก PDF หรือ Excel

รูปแบบเหมาะกับ
Excel (.xlsx)นำไปวิเคราะห์ต่อ / ส่งสำนักงานบัญชี
PDFเก็บเป็นหลักฐาน / ส่งผู้บริหาร
CHAPTER 09

ข้อควรระวังสำคัญ

เรื่องสิ่งที่ต้องระวัง
ยอดตามเอกสาร (รายรับ)กรอกยอดตาม Invoice รวม VAT หลังหักส่วนลด ก่อนหัก WHT
ยอดที่ชำระจริง (รายจ่าย)กรอกยอดที่จ่ายให้ผู้ขายจริง WHT แยกช่องต่างหาก
ใบลดหนี้ยอดต้องเป็นจำนวนลบ
ยังไม่จัดหมวดถ้าไม่เป็น 0 รายงาน P&L ผิด
Exchange Rateตรวจสอบก่อนบันทึก ไม่ใช่ค่าอัตโนมัติ
ค่าเสื่อมราคาตั้งช่วงวันที่ใน Report ก่อน
WHTคิดจากราคาก่อน VAT / ตรวจแยกฝั่งก่อนยื่นภาษี
DeliveryPolicy A ไม่เหมาะกับการวิเคราะห์ P&L ละเอียด
CapExไม่หักทันทีใน P&L ทยอยผ่านค่าเสื่อม
รายจ่ายต้องห้ามหักใน P&L แอป แต่ต้องบวกกลับตอนยื่นภาษี
บันทึกด่วนต้องกลับมาเติมให้ครบ
VAT Codeห้ามกรอก Include และ Exclude พร้อมกัน
CHAPTER 10

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลขใน Report ไม่ตรงกับเงินในบัญชีธนาคาร?
อาจมีรายการบันทึกด่วนที่ยังไม่เติมข้อมูล หรือ “ยอดรับสุทธิ” เป็นยอดคำนวณจากเอกสาร ไม่ใช่ยอดที่ reconcile กับธนาคารจริง
ทำไม “ยังไม่จัดหมวด” ไม่เป็น 0?
มีประเภทค่าใช้จ่าย (KEY) บางรายการที่ยังไม่ได้ตั้ง COST_TYPE — ไปที่ KEY table ค้นหารายการที่ COST_TYPE ว่าง แล้วตั้งค่าให้ครบ
P&L แสดงกำไร แต่เงินในมือน้อย?
อาจซื้อ CapEx มาก (เป็นเงินสดออกแต่ยังไม่หักใน P&L) หรือมีลูกหนี้ที่ยังไม่เก็บเงิน
ค่าเสื่อมราคาแสดงเป็น 0 ทั้งที่มีสินทรัพย์?
ยังไม่ได้ตั้งช่วงวันที่ใน Report หรือสินทรัพย์ซื้อนอกช่วงที่กำหนด
บันทึกด่วนแล้วทำไมไม่ขึ้น Daily Balance?
รายการยังไม่ครบ ให้กลับไปเติมยอดและบัญชีให้ถูกต้องก่อน
WHT สุทธิติดลบ หมายความว่าอะไร?
มีเครดิตภาษีสะสม แต่ควรตรวจแยกฝั่งรายรับ-รายจ่ายก่อนตีความ — สามารถนำไปขอคืนหรือหักกลบปลายปีได้

BUDGET TRACKER · USER MANUAL · v1.000259

คู่มือฉบับนี้สำหรับการบันทึกและสรุปข้อมูลทางการเงินเบื้องต้น ไม่ใช่ซอฟต์แวร์บัญชีที่ผ่านการรับรองทางกฎหมาย กรุณาตรวจสอบความถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีก่อนนำไปใช้ยื่นภาษีหรือจัดทำงบการเงินทางการ